supparin's profileTUNG_HaHaPhotosBlogLists Tools Help

Blog


    Biol CU Meeting (Jan-Feb 08)

     

    นาแห้ว 4-6 มค 51

     

    9 Days in the Kingdom @ZEN

     

    ChiangMai 19-22 Oct 07

     
    ออกเดินทางจากกรุงเทพฯตอนเช้าวันที่ 19 ตค
    แล้วเราก็เริ่มแวะไปเรื่อยๆ
    -ไหว้พระพุทธชินราช
    -วัดพระธาตุลำปางหลวง พอดีตอนที่ไปเค้ากำลังมีงานบุญอยู่ ได้อารมณ์เหมือนอยู่กองถ่าย "เมื่อดอกรักบาน"เรย (เพ้อเจ้อ)
    จากนั้นก็มุ่งหน้าสู่ดอยอินทนนท์ ไปพักที่ homestay บ้านแม่กลางหลวง หนาวมาก..

    วันที่ 20 ตค ตื่นมาด้วยความหวังจะไปเดินป่าที่ กิ่วแม่ปาน อันเลื่องชื่อ
    พอถามที่ร้านลุงแดง ปรากฎว่าป่าปิด เปิดเดือน พย. กรำ...
    เรยเปลี่ยนใจเดินป่า เส้นทางน้ำตกผาดอกเสี้ยว (ที่ถ่ายทำหนังเรื่อง รักจัง)
    เส้นทางเดินก็เลาะตามน้ำตกไปเรื่อยๆ น้ำเยอะมากกกกก
    ตอนแรกก็ยังเดินสบายๆ หลังๆชักเริ่มโหดขึ้นเรื่อยๆ
    ซ้ายเป็นคันนาข้าว ขวาเป็นน้ำตก
    และแล้ว.... เดินไหลตกลงไปทางขวา น้ำตกสิคร้าบ พี่น้อง
    ดีว่าขายาว เอายันกับต้นไม้ไว้ได้ ไม่งั้น ...
    ไม่ต้องงมคร้าบ... รอให้มันลอยขึ้นมาอีก 3 วันถัดมาได้เรย
    กว่าจะออกมาได้ ... แต่ก็สนุกดีนะ ไม่ได้เดินป่าแบบนี้มานานแล้น
    ออกมาชิมกาแฟฟรีของชาวบ้าน บ้านแม่กลาง
    หอมมาก อดใจไม่ไหว ซื้อกลับมาฝากเค้าซะเรย
    ต่อด้วย น้ำตกแม่ยะ อืม ใหญ่มาก..
    จากนั้นเดินทางขึ้นไปทางเหนือต่อไป เขื่อนแม่งัด
    จองที่พักไว้ เป็นแพขนาดใหญ่ สวย สงบ...
    แต่วันนี้ ปวดตูดอ่า ก็ไอ้ที่ล้มลงไปที่น้ำตกผาดอกเสี้ยวอ่ะ ปวดดดด

    วันที่ 21 ตค นับเป็นวันที่ 3 ของการเดินทาง
    ออกเดินทางต่อไปยัง อุทยานแห่งชาติออบหลวง ลงไปทางใต้
    มันเป็นผาหินที่มันเกือบๆจะชนกัน
    มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติด้วย
    แต่เนื่องจากเราศึกษากันมามากพอตั้งแต่วันแรก (ออกแนวขี้เกียจ)
    เรยเดินได้นิดเดียว กลับเข้าเมืองเถิด 555
    พักที่ตัวเมืองเชียงใหม่ เกสต์เฮ้าส์ชื่อ "เรจินา"
    เป็นบ้านไม้เก่าๆ ริมน้ำปิง มีแค่ 6 ห้อง สะอาดสะอ้าน สามารถเดินไปตลาดวโรรสได้
    ที่สำคัญติดกับ Good view และกาแฟวาวี
    Good view นั้นเสร็จเราตั้งแต่คืนวันนั้เรย หมดเบียร์ไป 3 เหยือก
    แล้วก็ไปเดินถนนคนเดินต่อ คนเยอะมั่กๆ
    หลับสบายดี คืนนี้

    วันสุดท้าย วันที่ 22 ตค
    -กาแฟวาวี เสร็จเรา เช้านี้แหละ
    -ตลาดวโรรส
    -วัดต้นเกว๋น (สถานที่ถ่ายทำละคร "เมื่อดอกรักบาน") เป็นวัดเก่าแก่ มีมณฑปจตุรมุข และศิลปะแบบโบราณ
    -วัดพระธาตุดอยสุเทพ สาธุ...
    -เวียงกุมกาม เป็นเมืองหลวงเก่าของอาณาจักรลานนา พบจมอยู่ใต้ดิน มีการขุดค้นพบวัดจำนวนมาก แสดงถึงความรุ่งเรื่อง และคาดว่าจะขุดพบอีกบริเวณรอบๆ ดูมีหลักการมะ อิอิ
    ที่สำคัญ ได้นั่งรถม้าด้วย ชอบบบบ
    เป็นอันจบทริปอย่างสวยงาม
    .....
    ชมภาพได้เรยจ้า
    รูปแรกๆ ก็เช่นเคย ฟิล์มเสีย อันเนื่องมาจากเก็บไว้ในกล้องนานเกินอ่ะ ( -*-)
    ซีดเชียว แหะๆ

    ประเภทของคนโสด

    โสดแสนดี
    โสดประเภทนี้มีแต่ความหวังดีและเสียสละเพื่อคนที่รักตลอดเวลา ตัวเองจะเจ็บช้ำแค่ไหนก็ยอม
    แค่ขอให้เขาหรือเธอมีความสุขก็พอ ลักษณะเด่นของโสดกลุ่มนี้คือรักกี่ทีก็ช้ำ
    เพราะมัวแต่เป็นคนดี่ ไม่ดูตาม้าตาเรือ รู้ตัวอีกทีเขาก็มีคนใหม่ไปแล้ว
     
    โสดเจียมตัว
    โสดประเภทนี้เป็นคนดีอีกแบบ แต่ดีน้อยลงมาหน่อย ดีแบบเจียมเนื้อเจียมตัว มองตัวเองต่ำต้อยด้อยค่าอยู่ตลอดเวลา
    ไม่หวังอะไรมากมาย แค่ขอเป็นจุดหนึ่งเล็กๆเท่าตับมดที่ได้รักเธอก็พอ (มีคนอื่นผ่านมามากมายแค่ไหนก็ไม่รัก ขอหัวปักหัวปำอยู่กับเธอคน เดิม)
     
    โสดโดนสาป
    โสดประเภทนี้มองชีวิตว่ามีกรรม ฟ้าดินกลั่นแกล้งชีวิต สวรรค์ไม่มีตา เทวดาสาปส่งไม่มีใครรักไม่มีคนสนใจ
    มองไปทางไหนก็เศร้า ชีวิตรันทด แบกรักมาเต็มไหล่แต่ไม่มีใคร ต้องการ ฮือๆ ชาตินี้มันเศร้า (ชาติหน้าค่อยเอาใหม่)
     
    โสดปากแข็ง
    โสดประเภทนี้ไม่เดือดเนื้อร้อนใจ ไม่มีใครรักก็ไม่เป็นไรฉันอยู่ของฉันได้สบายๆ ฉันไม่แคร์ ฉันไม่แคร์
    (แต่ใครจะรู้ในใจเขาและเธอองุ่นเปรี้ยวหรือเปล่า?)
     
    โสดอาฆาต
    โสดกลุ่มนี้มีความอาฆาตพยาบาทสูง รักแรง แค้นแรง ทำฉันเจ็บช้ำได้ จากไปก็อย่าหวังว่าจะได้มีความสุข
    จะตามสาปส่งพยาบาททุกชาติ ไป (ส่วนใหญ่โสดกลุ่มนี้มักเป็นชายตรีที่มีเลือดร็อคสูง ดูแมนนิดนึง
    ถ้าเป็นหญิงก็จะเป็น หญิงโหด นิ่มๆติ๋มๆจะไม่นิยมเข้ากลุ่มนี้)
     
    โสดใฝ่สูง
    โสดประเภทนี้แตกต่างโดยสิ้นเชิงกับโสดเจียมตัว มีนิสัยและการมองโลกที่ตรงข้ามกัน
    มีความทะเยอทะยานและความตั้งใจใฝ่ฝัน สูงส่ง ถือคติความรักไม่ใช่เรื่องไกลตัว
    เธอหรือเขาอยู่สูง แค่ไหนก็ต้องเอื้อมมาให้ได้ แม้จะถูกคนในสังคมส่วนใหญ่มองว่า
    เป็นหมาวัดที่ชอบ เด็ดดอกฟ้าก็ยอม
     
    โสดเจ็บ(แล้ว) ต้องจำ
    โสดกลุ่มนี้เป็นพวกเข็ดขยาดกับความรัก เนื่องมาจากเคยมีประสบการณ์ที่จบลงแบบ ไม่สวย
    (มักตกเป็นฝ่ายแห้วหรือเจ็บ) ถือคติเจ็บแล้วต้องจำ จะไม่ช้ำ ไม่รักใครอีกแล้ว
    ขออยู่เป็นโสดไปจนตาย (หรือจนกว่าจะมีคนมาให้รักใหม่อีกครั้ง!)
     
    โสดมั่นใจ
    โสดกลุ่มนี้มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูงมาก สามารถพลิกผันสถานการณ์อกหักให้เป็น ทางเลือกได้
    มองโลกมุมใหม่ที่ไม่ทำให้ตัวเองเจ็บช้ำ ...ดีแล้วที่เลิกกันไป ถึงจะเป็นโสดก็ ไม่เป็นไร ฉันมั่นใจ ฉันไม่ผิดๆ
     
    โสดพยายาม
    โสดกลุ่มนี้มีเป้าหมายชัดเจนว่าไม่อยากเป็นโสด ฉะนั้นจึงมี ความพยายามกระตือรือร้น
    และลงมือทำเพื่อให้พ้นจากสถานะนี้ โดยเร็ว เป็นกลุ่มนักปฏิบัติ ถือคติไม่ลงทำมือก็ไม่ได้มา
    (แต่ยังไม่เข้าข่ายเกินงาม) เปอร์เซ็นต์ส่วนใหญ่ของโสดกลุ่มนี้เป็น สาวยุคใหม่มีความมั่นใจพอตัว
    (ไม่สวยไม่แนะนำให้เข้ากลุ่ม)
     
    โสดยังหวัง
    โสดกลุ่มนี้มีความหวังเป็นแรงบันดาลใจ ถือคติชีวิตนี้ไม่สิ้นหวัง ชอบการรอคอยค้นหา
    วันนี้ไม่เจอไม่เป็นไร พรุ่งนี้ยังไหว.. รอได้ๆ โดยพื้นฐานเป็นคนมองโลกในแง่ดี
    แต่มีความพยายามไม่เท่ากลุ่มก่อนหน้านี้ ไม่ชอบการลงมือปฏิบัต แต่ชอบตั้งหน้าตั้งตารอคอย
    (กี่ชาติผ่านไป ไม่เคยสิ้นหวัง!)
     
    แล้วคุณล่ะโสดแบบไหน

    ฉันรักความรัก...

     
     
    ฉันรักความรัก แต่เกลียดความเป็นมนุษย์ ฉันคิดว่าความรักที่จริงแท้เป็นความสุนทรีย์
    เป็นความลึกซึ้ง
    เป็นความงามที่เหนือความงามทั้งปวง
    เป็นความสวยงามที่สุด
    เท่าที่มนุษย์ทุกคนในโลกนี้จะมีโอกาสได้สัมผัสมันอย่างเท่าเทียมกัน
     
    แต่คงมีมนุษย์ไม่มากนักที่มีโอกาสได้สัมผัสมันอย่างแท้จริง
     
    และในจำนวนน้อยนั้น ก็คงมีไม่มากนัก ที่สามารถเก็บความงามของมันเอาไว้กับตัวได้ตลอดกาล
     
    มนุษย์มีความเสื่อมทราม ความชุ่ย มีความเห็นแก่ตัว
    รักแท้จริงที่เคยลึกซึ้ง ดื่มด่ำ ก็มักจะถูกปล่อยปละละเลย
    กลายเป็นความจืดชืด ซังกะตาย
     
    ร้ายกว่านั้นก็คือ...
    ปล่อยให้ความรักจืดจาง กลายเป็นความเลวร้าย ความเกลียดชัง
    ขนาดเข่นฆ่าคนที่ตัวเองเคยรักให้ตายตกไป ก็เห็นมีอยู่บ่อยๆ
     
    ฉันรักความรัก
    แต่ฉันคิดว่ามนุษย์ไม่เคยดีพอสำหรับความรัก
    นั่นเป็นเพราะมนุษย์ไม่เคยควบคุมสัญชาตญาณแห่งความชุ่ย หรือความเห็นแก่ตัวของตนได้
     
    มนุษย์ที่ว่ามาทั้งหมดนี้ไม่ใช่ใคร
    มันหมายถึงตัวฉันเองด้วยเหมือนกัน
     
    แล้วคุณล่ะ ว่าไง!!
     
     
    --ปราย พันแสง--
     

    *วิธีอยู่กับคนที่เราเกลียด* โดย ว. วชิรเมธี

     
     
    รู้ไหมว่า เรามีเวลาอยู่ในโลกนี้คนละกี่ปี

    ชีวิตนั้นสั้นยิ่งกว่าหยดน้ำค้างเสียอีก จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่มีใครรู้ล่วงหน้า
    ถ้าเราใช้เวลาอันแสนสั้นนี้ไปมัวหลับๆตื่นๆอยู่ในความรัก โลภ โกรธ หลง
    หมั่นไส้คนนั้น ปลาบปลื้มคนนี้ ริษยาเจ้านายใส่ไคล้ลูกน้อง
    ปกป้องภาพลักษณ์ (อัตตา) กด (หัว)


    คนรุ่นใหม่หลงใหลเปลือกของชีวิต โดยลืมไปเลยว่า
    อะไรคือสิ่งที่ตนควรทำอย่างแท้จริง
    คิดดูเถิดว่า เราจะขาดทุนขนาดไหน

    ท่านอังคาร กัลยาณพงศ์ เขียนบทกวีไว้ว่า

    ''น้ำไหลอายุขัยก็ไหลล่วง ใบไม้ร่วงชีพก็ร้างอย่างความฝัน
    ฆ่าชีวาคือพร่าค่าคืนวัน จะกำนัลโลกนี้มีงานใด''

    คนเราไม่ควรพร่าเวลาอันสูงค่าด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจ
    ให้ตกเป็นทาสของความชอบ ความชัง มากนัก
    เพราะถ้าเราวิ่งตามกิเลส กิเลสก็จะพาเราวิ่งทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ต่อไปไม่รู้จบ
    กิเลสไม่เคยเหนื่อย แต่ใจคนเราสิจะเหนื่อยหนักหนาสาหัสไม่รู้กี่เท่า

    ควรคิดเสียใหม่ว่า เราไม่ได้เกิดมาเพื่อที่จะชอบหรือไม่ชอบใคร
    หรือเพื่อที่จะให้ใครมาชอบหรือมาชัง แต่เราเกิดมาสู่โลกนี้เพื่อทำในสิ่ง
    ที่ดีที่สุดที่มนุษย์คนหนึ่งควรจะทำ
    เอาเวลาที่รู้สึกแย่ๆกับคนอื่นนั้นหันกลับมามองตัวเองดีกว่า
    ชีวิตนี้เรามีอะไรบ้างที่เป็นแก่นสาร มีงานอะไรบ้างที่เราควรทำ
    นอกจากนั้นก็ควรมองกว้างออกไปอีกว่า
    เราได้ทำอะไรไว้ให้แก่โลกบ้างแล้วหรือยัง

    คนทุกคนนั้นต่างก็มีดีมีเสียอยู่ในตัวเอง
    ถ้าเราเลือกมองแต่ด้านเสียของเขา
    จิตใจของเราก็เร่าร้อน หม่นไหม้

    เวลาที่เสียไปเพราะมัวแต่สนใจด้านไม่ดีของคนอื่นก็เป็นเวลาที่ถูกใช้ไปอย่างไร้ค่า
    บางที่คนที่เราลอบมอง ลอบรู้สึกไม่ดีกับเขานั้น
    เขาไม่เคยรู้สึกอะไรไปด้วยกันกับเราเลย
    เราเผาตัวเราเองอยู่ฝ่ายเดียวด้วยความหงุดหงิด ขัดเคืองและอารมณ์เสีย
    วันแล้ววันเล่า สภาพจิตใจแบบนี้ไม่เคยทำให้ใครมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นมาได้เลย

    ลองเปลี่ยนวิธีคิด วิธีมองโลกเสียใหม่ดีกว่า

    คิดเสียว่าคนเราไม่มีใครดีพร้อมหรือ เลวไม่มีที่ติไปเสียทั้งหมดหรอก
    เราอยู่ในโลกกันคนละไม่กี่ปี ประเดี๋ยวเดียวก็จะล้มหายตายจากกันไปหมดแล้ว
    มาเสียเวลากับเรื่องไร้สาระทำไม

    อะไรที่ควรทำก็รีบทำเถิดปล่อยวางเสียบ้าง
    ความโกรธ ความเกลียดนั้นไม่มีคุณค่าอะไรต่อชีวิตอันแสนน้อยนิดนี้เลย
    มุ่งไปข้างหน้า ไปหาสิ่งที่มีคุณค่าให้ชีวิตดีงามดีกว่า

    วิธีที่แนะนำทั้งหมดนั้น นักภาวนาเรียกว่า ''การกลับมาอยู่กับตัวเอง''
    กล่าวคือ ถ้าเราเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องอยู่กับคนที่ไม่ถูกโฉลก
    แทนที่จะปล่อยใจให้อยู่กับ ความรู้สึกแย่ๆไปตลอด ก็ควรหันกลับเข้ามา ''มองด้านใน''
    แก้ไขที่ตัวเอง อย่ามุ่งแก้ไขที่คนอื่น

    เพราะยิ่งพยายามแก้ไขคนอื่น ก็ยิ่งยุ่งเหมือนลิงทอดแห
    ยิ่งเราให้ความสำคัญกับคนที่เราเกลียดมากเท่าใด
    สภาพจิตใจก็ยิ่งแย่ลงมากเท่านั้น

    วิธีที่ดีที่สุดในการอยู่กับคนที่เรารู้สึกไม่ดีหรือเป็นปฏิปักษ์ก็คือ
    การดึงความรู้สึกจากเขามาอยู่เราทุกขณะ
    หรือถ้าเช่นนั้นก็ย้ายตัวเองออกไปเสียจาก สภาพแวดล้อมเช่นนั้นให้เร็วที่สุด
    อย่าอยู่นานจนทุกข์นั้นกลัดหนองเป็นมะเร็งร้ายในอารมณ์

    ปราชญ์จีนบอกว่า ''ถ้ามีขุนเขาขวางท่านอยู่ข้างหน้า อย่าเสียเวลาย้ายขุนเขา แต่จงย้ายตัวเอง ''

    ดังนั้นเราควรจะย้ายภูเขาที่อยู่ข้างในหรือจะย้ายภูเขาที่อยู่ข้างนอก?
     
     
     

    ขำ-ขำ คร้าบ..พี่น้อง

     

    1) คบคนพาลถ้าจริงใจก็ไม่ผิด คบบัณฑิตไม่จริงใจก็ไร้ผล
    2)
    ทำดี ย่อมได้ดี ทำอัปปรีย์ มันจะได้ดีได้ยังไง
    3)
    บางสิ่งเราก็ไม่ควรจำ...ถ้ามันทำให้ใจเจ็บ แต่บางสิ่งเราก็ควรจะเก็บ..ถ้ามันเป็นความเจ็บที่น่าจำ! (โอ้โห...คิดได้งัย)
    4)
    อย่ามีหัว..ไว้ให้แค่ผมขึ้น.(รู้จักใช้ซะบ้างสมองอ่ะ..เดี๋ยวมันจะฝ่อ
    )
    5)
    ความดีก็เหมือนกางเกงใน ต้องมีติดตัวไว้ แต่ไม่ต้องเอามาโชว์

    6)
    เจ็บแล้วจำ คือ คน เจ็บแล้วทน คือควาย
    7)
    พอใจเท่าที่มี...ยินดีเท่าที่ได้
    8)
    สิ่งที่สอนคนเราไม่ได้ ก็คือ " สามัญสำนึก "
    9)
    ไปให้สุด..........แล้วหยุดแค่คำว่าพอ
    ........
    10)
    สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร

    11)
    จงซื่อสัตย์กับแฟนตัวเอง แล้วจงครื้นเครงกับแฟนคนอื่น
    12)
    หากเดินตามรอยเท้าคนอื่น ก็ไม่มีวันมีรอยเท้าเป็นของตัวเอง
    13)
    มาสาย กลับก่อน นอนกลางวัน มันส์กลางคืน
    14)
    สุราไม่ได้สร้างวีรบุรุษ......แต่วีรบุรุษก็ขาดสุราไม่ได้
    15)
    ความพยามครั้งที่ 100 ดีกว่าคิดท้อถอยก่อนที่จะทำ
    16)
    ทำคืนนี้ให้ดีที่สุด และอย่าหยุดถ้าไม่ถึงจุดสุดยอด (อันนี้ขำขำแอบทะลึ่งเล็กน้อย)
    17) When the candle are out, all women are fair (
    ทุกนาง...งามสรรพ...เมื่อดับเทียน
    555)
    18)
    สุขใดไม่เท่าล้วงกระเป๋า แล้วเจอตังค์
    555
    19)
    คนโง่ย่อมเป็นเหยื่อของคนฉลาด..คนฉลาดย่อมเป็นเหยื่อของ..คนฉลาดที่แกล้งโง่

    20)
    สามีคือเป้าหมาย ผู้ชายคือทางผ่าน คบเด็กคือนิพพาน ขึ้นคานคือตายทั้งเป็น
    21)
    การดื่มเหล้าให้เมาไม่ใช่ยี่ห้อของสุรา..การศึกษาคือความรู้ที่ได้มาไม่ใช่สถาบัน
    22) We can't dip into the future =
    อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด
    23)
    ยามศึกเรารบ ยามสงบเราปฏิวัติ (อันนี้ขำขำนะ อย่าเครียด เอิ้ก ๆ ๆ )
    24)
    อ่อนโยน แต่อย่าอ่อนแอ

    25)
    เมียซื้อเงินสด รถซื้อเงินผ่อน (สำหรับคนจะแต่งงาน อิอิ)
    26)
    ถ้าคนเราไม่ปล่อยวางอดีต ก็จะไม่รู้จักอนาคต

    27)
    มนุษย์ แท้จริงแล้วไม่ได้โตด้วยอาหาร แต่โตได้ด้วยความลำบาก
    28)
    เมียรวยช่วยเราได้ (555)
    29)
    เพื่อนกิน เพื่อนกัน เพื่อนกินไม่ทัน เพื่อนกันเอาไปกิน

    30)
    ชะตาฟ้าลิขิต...แต่ชีวิตนะของกู
    31)
    รักแท้ต้องแย่งชิง..รักจริงต้องปล่อยไป
    32)
    ตัดกระดาษต้องใช้กรรไกร .แต่ตัดใจต้องใช้เวลา
    33)
    กาเม มอระนัง ทุกขัง โลเก...(กามตายด้านเป็นทุกข์ในโลก)
    34)
    รักดีกินถั่ว รักชั่วกินเหล้า..รักดีรักชั่ว กินถั่วแกล้มกะเหล้าเอิ้ก ๆ ๆ
    35)
    สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "
    36)
    กำขี้ดีกว่ากำตด แต่ถ้ากำขี้สดๆกำตดจะดีกว่ากำขี้ (นะ
    )
    37)
    ทำแล้วเสียใจยังดีกว่าเสียใจที่ไม่ได้ทำ

    38)
    จุดยืนของเราทุกคนคือ " ส้นตีน " (มีใครจะเถียงมั๊ย)
    39)
    กระบี่อยู่ที่ใจ แค่ไม้ไผ่ก้อไร้เทียมทาน

    40)
    เห็นงานเป็นลม เห็นนมสู้ตาย สู้ว้อยยยยยยยยยย
    41)
    ตัวอย่างที่ดี...มีค่ากว่าคำสอน
    42)
    ดี-ชั่วไม่ได้เป็นกรรมพันธุ์...

     

    ถาม-ตอบ (ทำไม)

     
    1.คุณชื่ออะไร -- ตั๋ง ไง
    2.มี สัตว์เลี้ยงกี่ตัว ชื่ออะไรบ้าง -- เคยมี 2 ตัว ไอ้อ้วน กะ ปุ๊กปิ๊ก และกำลังจะมี แต่ยังไม่ตั้งชื่อ ขอถามเจ้าตัวก่อนว่าอยากให้เรียกว่าอาราย
    3.ตอนนี้คุณมีเงินอยู่ในกระเป๋ากี่เท่า ไหร่ -- เอ่อ น้อย-น้อยมาก
    4.วันนี้ตื่นกี่โมง -- 5.00 am
    5.ตัวหนังสือ A-Z ชอบตัวไหนมากที่ สุด -- u เติมจุดข้างบน 2 จุด จะยิ้มได้
    6.คุณเกิดวันที่เท่าไหร่ -- 25 (พย) รู้แล้ว กรุณาให้ของขวัญด้วย
    7.อายุเท่าไหร่ แล้ว -- 27 แก่ว่ะ
    8.ของขวัญวันเกิดปีนี้อยากได้อะไร -- ipod จะมีใครซื้อให้ล่ะนี่ สงกะสัยซื้อเองเร็วก่า
    9.วันนี้กินข้าวกะอาราย -- ผัดผัก
    10.อนาคตอยากเป็นอะไร -- คนดี (ตอนนี้เลวอยู่)
    11.เลข1- 100 คุณชอบเลขตัวไหน -- 2 กะ 4
    12.ชอบกินอะไร -- Chocolate cake กะ Banoffie pie
    13.คุณชอบพูดภาษาอะไร เมื่ออยู่ประเทศไทย -- ภาษาไทยดิ
    14.สูง เท่าไหร่ -- 169
    15.สีอะไรที่ คุณชอบที่สุด -- ฟ้า
    16. บ้านคุณอยู่ที่ไหน -- กรุงเทพ เมืองฟ้าอมร
    17.รายการวิทยุ หรือ เพลงที่กำลังฟังอยู่ตอนนี้ -- virgin hitz
    18.นิสัยของคุณ เป็นยังไง -- ฮาๆ ใจดี (รึป่าว) โลกส่วนตัวสูง จิงจังกะชีวิต  
    19.การ์ตูนเรื่องโปรดของคุณ -- NANA Doraemon
    20.คุณให้ความสำคัญ กับเพื่อนหรือแฟนมากกว่ากัน -- ขึ้นกับสถานการณ์
    21.จากข้อ20 ทำไมคุณถึงคิดอย่าง นั้น -- ก็บอกแล้วไงว่า ขึ้นกับสถานการณ์
    22.คุณกำลังร้องเพลงอยุ่รึป่าว -- ฟังเพลงอยู่ ร้องไม่ได้ อยู่ที่ทำงานนี่
    23.อย่างไหนที่คุณชอบ มากกว่ากันระหว่างธนบัตร100 กับ ธนบัตร500 -- 100 ใช้ง่ายยยย
    24.คุณผมสั้น หรือ ผมยาว  -- ยาว
    25.คณมีผมสีอาราย -- สีดำ (สีเหมือนใจ... ใจดำ)
    26.มาม่า กับไวไว ชอบ อันไหน -- มาม่า
    27.ชอบใส่เสื้อสีอาราย -- ขาว
    28.ชอบฟัง เพลงแนวไหนมากที่สุด -- ถ้าตอนนี้ก็ pop กะ jazz
    29.อยาก บอกรักใครรึป่าว -- ไม่อยาก เคยบอกไปแล้ว บอกซ้ำๆ เซ็ง
    30.ตอนนี้มีคนที่ชอบอยู่รึป่าว -- Absolutely ไม่มี
    31.ข้อดีของตัวเองคิดว่าคือ อะไร -- ตาหลก
    32.แล้วข้อเสียหล่ะ? -- ขวานผ่าซาก มีโลกส่วนตัวสูงส่ง
    33.ถ้าคุณว่างมากมากคุณจะโทรไปหาใครเป็นคน แรก -- เพื่อน
    34.คติประจำใจในการดำเนินชีวิต -- Doing the best, I can..  ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
    35.เรื่องอะไร ที่คุณคิดว่าน่าเจ็บใจที่สุด -- ทำร้ายความรู้สึกดีๆที่มีให้
    36.ตอนนี้คุณกำลังทำอะไรอยุ่ -- ตอบคำถาม ยาวมากๆอันนี้ เพราะง่วง
    37.สิ่งที่อยากพูด มากที่สุด -- สู้เว้ยยยยยยยย
    38.กลัวความมืดไหม -- ...ไม่
    39.ทำไม คนเราหน้าตาดี แล้วต้องนิสัยอับปรี -- ไม่เกี่ยว ขึ้นกับสันดานมากกว่า
    40.กลัวแมลงสาบป่าว -- สุดๆ สัตว์ประหลาดจากดาวอังคาร
    41.เวลาว่างคุณจะทำอะไร -- นอนหายใจรดทิ้งไปวันๆ
    42.อยากแต่งงาน มั้ย -- หาดีไม่ได้ ไม่แต่ง
    43.ถ้าพรุ่ง นี้เราต้องจากโลกนี้ไป จะทำอะไรเป็นสิ่งสุดท้าย -- บอก "รัก และ ขอโทษค่ะ ป่าป๊า หม่าม๊า"
    44.สิ่งที่คิด ว่าเป็นข้อผิดพลาดที่สุดในชีวิต คือ -- ไม่รู้ 
    45.รายการ ทีวีที่ชอบดูมากที่สุด -- เป็นต่อ
    46.เรื่อง อะไรที่คุณดีใจที่สุดในตอนนี้ -- มีชีวิตและยังหายใจอยู่
    47.เพลง อะไรที่คุณชอบร้อง  -- มันหลายเพลงนะ เอาจิงๆเหรอ
    48.ตัวการ์ตูนชายที่คุณชอบมากที่สุด -- ทาคุมิ เรื่อง NANA
    49.สุนัขพันธุ์ไหนที่ชอบมากที่สุด -- syberian huskie
    50.ชอบดู หนังมั้ย -- ชอบดูที่บ้านอ่ะ ไม่ชอบดูที่โรง
    51.แล้วชอบดูหนังแนวไหนล่ะ -- ได้หลายแนว ยกเว้น indy กะ หนังผี กัว
    51.1 หนังเรื่องล่าสุดที่ดู (ในโรง) -- Pirate of the Carribian
    52.การ์ตูนล่ะชอบดูมั้ย -- ชอบบบบบ
    53.คุณขับรถเป็นรึป่าว -- ไม่เป็น ลืมไปแล้ว แต่มีใบขับขี่นะ
    54.ตอน นี้คุณใส่แว่นอยู่มั้ย  -- ไม่นะ
    55.คุณคิดว่าคุณหน้าตาดีมั้ย -- อย่างนี้เรียกหน้าตาดี ก็แย่แล้ว
    56.เบื่อ รึยัง? -- เรื่อยๆ
    57.คุณใช้อินเตอร์เน็ต ของ อาราย -- จุฬา
    58.เล่น เน็ต วันละกี่ชั่วโมง -- แทบทั้งวัน
    59.นักร้องหญิงที่ชอบ -- Zaza
    60.นักร้องชายล่ะ -- Body slam, Paradox
    61.ใครส่งเมลล์นี้ให้คุณ -- ป่าว ไปขโมย นก มา 5555
    62.แล้วจะส่งเมลล์นี้ให้ใครมั่งอ่ะ -- ไม่ สงสารคนได้รับ พอๆกับที่สงสารตัวเองอยู่ตอนนี้
    63.คุณอยากจะพูดอะไรกับ คนที่คุณจะ ส่งเมลล์นี้ไปให้ไหม -- ไม่มี เพราะไปขโมย นก มา
    64.แล้วคุณคิดว่าจะมีคนตอบเมลล์ที่คุณส่งไปให้ -- อย่าเซ้าซี้ด้าย ม้ายยยยยยยยย
    65.เคยแอบรักเพื่อนตัวเองป่ะ -- เคย
    66.ถ้าเคยจะทำไง -- เฉยๆ ไว้ก่อน ดูไปเรื่อยๆ
    67.แล้วถ้าเพื่อนบอกว่า''ชอบเธอ เหมือนกัน''จะทำยัง ไง -- มาเป็นแฟนกันเต๊อะ 555555555
     
    เฮ้อ ..... จบแล้น
    ตอบเอามันส์ อ่านขำๆนะเพื่อน

    ถึง เพื่อนนักเดินทาง..

     
    มนุษย์ คือ นักเดินทางที่โดดเดี่ยว
    ยิ่งสร้างอะไรไว้เยอะก็ยิ่งสูญเสียเยอะตอนที่เราจากไป พลัดพรากจากสิ่งที่รัก
    คือ ทุกข์อันดับหนึ่งของชีวิต มัน คือเรื่อง ปกติ ไม่มีใครไม่โดน
    ทุกคนต้องเจอความสูญเสียแรงที่สุด อย่างน้อยก็ 1 ครั้ง รู้ว่ามัน คือ
    ธรรมชาติของโลกใบนี้ แต่พอเกิดขึ้นกับเรา มันก็ทำใจยากเหลือเกิน


    ในคืนหนึ่ง ช่วงเวลา 2 ชม.เต็ม ชีวิตจริงของหลายๆคน
    ถูกถ่ายทอดสดผ่านสายโทรศัพท์ จากคนที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก
    จนยอมรับความสูญเสียได้มากขึ้นเรื่อยๆ

    "บางคนกำลังจะเป็นเจ้าสาวในวันรุ่งขึ้น คือ เช้าวันเสาร์
    ทุกอย่างจัดเตรียมไว้หมด โชคร้าย!! ว่าที่เจ้าบ่าว เสียชีวิตกะทันหัน
    จากอุบัติเหตุรถยนต์ เมื่อวันศุกร์ เธอเสียงสั่นเครือ และงงๆ
    ยังทำใจยากกับสิ่งที่เกิดขึ้น

    เธอเล่าให้ฟังว่า ช่วงเวลาสุดท้ายที่เธอไปหาเค้าที่โรงพยาบาล จับมือมองตากัน
    เจ้าบ่าวถามเธอว่า รักเขาบ้างรึเปล่า

    ตลอดเวลาที่รักกัน จนจะแต่งงาน ผู้หญิงไม่เคยบอก ได้แต่พูดว่า
    เห็นแบบนี้ยังไม่รู้อีกเหรอ

    ในที่สุด บอกรักคำแรก ก็เลยกลายเป็นคำสุดท้าย
    ก่อนที่จะไม่ได้ยินเสียงกันอีกแล้ว

    สารภาพตามตรง ไม่รู้จะปลอบเธอยังไง

    'ใจเย็นๆอย่าคิดมาก เดี๋ยวก็จะผ่านไปได้' ดูเป็นประโยคไร้สาระทันที
    ในวันที่ความสูญเสียยิ่งใหญ่เกิดขึ้น ตรงหน้า

    คำถามสุดท้าย 'พรุ่งนี้ตั้งใจจะทำอะไร เพราะตอนแรกจะเป็นวันแต่งงาน'

    'พรุ่งนี้ก็คงไปโบสถ์ค่ะ เพราะเราสองคนเป็นคริสต์' เธอตอบได้แค่นั้น"


    วินาทีเดียว ชีวิตก็เปลี่ยนแล้ว วันเดียวกัน สถานที่เดียวกัน
    แต่เป้าหมายต่างกันแบบไม่ตั้งใจ


    "ผู้ชายอีกคน โทรศัพท์ทางไกลมาจากออสเตรเลีย หนีความสูญเสียไปพักใจ
    ไกลอีกซีกโลก หน้าจอคอมพิวเตอร์ ยังมีภาพเธอคนนั้นอยู่

    'แฟนผมน่ารักมากนะคับ' เค้าเริ่มต้นเล่า

    'ออกจะโก๊ะๆหน่อย มีวันหนึ่งผมไปเช่าการ์ตูนมาอ่าน ตอนเอาไปคืน
    ผมจอดรถแล้วให้เธอลงไปคืนให้ เธอเดินกลับมา
    แล้วข้ามถนนไปเปิดประตูรถใครก็ไม่รู้ ผมนั่งหัวเราะอยู่ในรถ
    เธอรู้ตัววื่งกลับมา แล้วให้รีบออกรถอย่างด่วนเพราะอายมาก'

    เค้าเริ่มเล่าต่อ 'ไม่รู้ทำไมครับ มีวันหนึ่งอยู่ๆก็อยากใส่บาตร
    เลยชวนเธอไปทำบุญด้วย ตอนจะกลับ ผมเรียกเธอ แล้วบอกว่า ผมรักคุณนะ
    เธอหันมายิ้มขำๆแล้วตอบว่า ไอ้บ้า !! เป็นภาพที่ผมจำได้ติดตา

     หลังจากนั้นเธอขึ้นรถไปกับพี่สาวผม รถประสบอุบัติเหตุ
    ผมเสียเธอไปพร้อมกับพี่สาวผม

    กระชากหัวใจคนฟังอย่างมาก

    'คิดถึงเธอเหลือเกินครับ 6-7 ปีแล้ว วันไหนที่ฝันถึง ผมไม่อยากตื่นเลย'

    ทุกวันนี้ผมยังเขียนไดอารี่ถึงเธอทุกวัน และลงท้ายเหมือนๆกันว่า รอผมนะ
    เดี๋ยวเราก็ได้เจอกัน'"


    บางคนจากกันไม่ทันลา

    บางคู่มีเวลาให้ค่อยๆนับถอยหลัง เพื่อให้รู้ว่า ความสุขใกล้หมดลงทุกที

    เทียบไม่ถูกว่า อันไหนดีกว่า

    ทุกคนในโลกนี้ และทุกคู่ในโลกนี้จะรักกันมากขนาดไหน
    เรามีเวลาอยู่ด้วยกันแค่ช่วงเดียวเท่านั้น ที่สำคัญ เราไม่มีโอกาสรู้ด้วยซ้ำ
    ว่าเราพกเวลากันมาคนละเท่าไหร่

    วันนี้ยังเห็นหน้ากัน ดูแลรักษากัน ไว้ให้อย่างดีที่สุด

    วันหนึ่งจุดธูปคุยกัน เคาะโลงพูดกัน มีแค่ไม้กระดานกั้น
    แต่เราไกลกันเหลือเกิน

    ..วันนั้น เราจะยังได้ยินกันรึเปล่าก็ไม่รู้..




    **จากหลังสือ เรื่องเล่าจาก club Friday ตอนวินาทีสุดท้าย**

    Way back into LOVE>>

     
     
    I've been living with a shadow overhead
    I've been sleeping with a cloud above my bed
    I've been lonely for so long
    Trapped in the past, I just can't seem to move on
    I've been hiding all my hopes and dreams away
    Just in case I ever need em again someday
    I've been setting aside time
    To clear a little space in the corners of my mind

    All I want to do is find a way back into love
    I can't make it through without a way back into love
    Oh oh oh

    I've been watching but the stars refuse to shine
    I've been searching but I just don't see the signs
    I know that it's out there
    There's got to be something for my soul somewhere

    I've been looking for someone to shed some light
    Not somebody just to get me through the night

    I could use some direction
    And I'm open to your suggestions

    All I want to do is find a way back into love
    I can't make it through without a way back into love
    And if I open my heart again
    I guess I'm hoping you'll be there for me in the end
    oh, oh, oh, oh, oh

    There are moments when I don't know if it's real
    Or if anybody feels the way I feel
    I need inspiration
    Not just another negotiation

    All I want to do is find a way back into love
    I can't make it through without a way back into love
    And if I open my heart to you
    I'm hoping you'll show me what to do
    And if you help me to start again
    You know that I'll be there for you in the end
    oh, oh, oh, oh

    ความรัก...กับ...น้ำเปล่า

     
     
    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ... ถึงไม่มีรสชาติแต่ก็ขาดไม่ได้
    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ... ทำให้เรามีชีวิตอยู่ได้
    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ... บางครั้งเราก็ต้องการมากแต่บางครั้งมันก็น่าเบื่อ
    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ... มันทำให้เรารู้สึกสดชื่นและมีกำลังใจจะทำอะไรต่อ
    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ... มันอาจจะดูเหมือนไม่มีอะไร

    แต่มันกลับมีอิทธิพลต่อชีวิตเรามาก

    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ... น้อยไปก็กระหาย มากไปก็เอียน
    ความรักก็เหมือนน้ำเปล่า ... ยิ่งห่างเหินมันนานเท่าไร ยิ่งกระหายมันมากเท่านั้น

    ใครจะ "ขัดขวาง" ความรัก คงจะไม่สำเร็จอย่างที่คิด
    ใครจะ "ตัดใจ" จากความรัก คงจะทำไม่ได้เช่นกัน

    หรือใครที่คิดจะ "ลืม" ความรักล่ะก็ ไม่มีทาง
    เหมือนกับน้ำเปล่า  คุณลืมน้ำเปล่าได้หรือ ?
    อย่าเข้าใจว่า ความรักคือน้ำหวาน หรือน้ำอัดลมซ่าๆ

    มันจะเป็นเพียงแค่น้ำเปล่าเท่านั้น ถ้ามันเป็นรักแท้ ...

    แม้น้ำเปล่า จะซาบซ่า ไม่เทียบเท่าน้ำหวาน หรือน้ำอัดลม
    แม้น้ำเปล่าจะไร้น้ำตาลซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดพลัง
    แต่น้ำเปล่า มันแทบไม่มีผลข้างเคียงเลย

    มันรักษาคุณค่าเอาไว้ได้ดีกว่าน้ำใดๆ
    น้ำเปล่า เจอกับเกลือ มันก็ละลายเกลือ
    เหมือนกับรักแท้ ...

    คนที่รักคุณจริงๆ เมื่อคุณเจอกับความทุกข์
    เขาก็จะพยายามรับความทุกข์จากคุณไว้ให้มากที่สุด
    เช่นเดียวกับ ...น้ำเปล่า...
     

    ฉันได้เรียนรู้ว่า>>....

     
     
    > ฉันได้เรียนรู้ว่า : คนที่รักกันจะเป็นอะไรอื่นไปไม่ได้
    >นอกจาก...คนที่ รักกัน
    >
    >ฉันได้เรียนรู้ว่า : คนที่รัก กัน ยังไงก็รักกัน
    >

    >ฉันได้เรียนรู้ว่า : อย่าเสียดายเวลากับรัก ไม่แท้
    >ถือเสียว่าเวลาเหล่านั้น
    >เป็นประสบการณ์ชีวิตให้เราค้นพบ ตัวเองมากขึ้น
    >
    >ฉันได้เรียนรู้ว่า : ความรักยืนยงต่อไปได้ไม่จบ สิ้น
    >ถ้ามีคำว่า “เห็นอกเห็นใจ” กัน
    >

    >ฉันได้ เรียนรู้ว่า :
    >บางครั้งอารมณ์ที่หงุดหงิดก็หายไปหมดแค่ได้คุยกับคนที่เรา รัก
    >
    >ฉันได้เรียนรู้ว่า : ไม่มีใครอกหัก แล้วไม่เจ็บ เหมือนถอนฟัน
    >แต่วันหนึ่งก็หาย แต่หายแล้วจะเป็นยังไงต่อ ค่อยว่ากัน
    >
    >ฉันได้เรียนรู้ ว่า :
    >ถ่านไฟเก่าจะเกิดได้กับคนที่เลิกกันเพราะไม่เข้าใจกันแต่ยังรัก กัน
    >แต่สำหรับคนที่เค้าเลิกกัน เพราะไม่รักกัน...”ถ่านไฟ ดับ”
    >
    >ฉันได้เรียนรู้ว่า :
    >...ดีแล้วที่เราได้เลิกกับคน ที่เราไม่แน่ใจมาตลอด เมื่อแผลหาย
    >เราจะรู้ว่า เราทำถูกที่สุด... รึ ป่าว

    >
    >ฉันได้เรียนรู้ว่า : ความรัก...มันมีอยู่ จริง เหรอ??
    >
    >ฉันได้เรียนรู้ว่า :
    >สุด ท้าย...รักก็คือรัก...ไม่รักก็คือไม่รัก
    >
    >ฉันได้เรียนรู้ว่า :
    >ถ้ารักกันต้องคุยกันการคุยกัน อย่างเปิดเผย ทำให้ไม่ระแวงกัน
    >นั้นแหละดีที่สุด
    >
    >ฉันได้ เรียนรู้ว่า : บทสรุปของความรักไม่ใช่การแต่งงาน
    >นั้นเป็นตอนจบของละคร เรื่องนึง แต่บทสรุปของความรักคือ
    >

    “การที่เราสองคนได้ใช้ชีวิต ร่วมกัน เติมเต็มกันและกันชั่วชีวิตของ เรา...”

    การเดินทางของความรัก


    กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
    มีเกาะแห่งหนึ่งซึ่งรวบรวมความรู้สึกทั้งหมดอาศัยอยู่ด้วยกัน
    ทั้งความสุข ความเศร้า ความรู้และอื่นๆ รวมทั้งความรัก


    วันหนึ่งมีประกาศไปยังความรู้สึกทั้งหมดว่า เกาะกำลังจะจม
    ดังนั้นทั้งหมดจึงเตรียมเรือเพื่อที่จะหนีออกจากเกาะ
    ความรักเท่านั้นที่ตัดสินใจอยู่บนเกาะ
    ความรักต้องการที่จะอยู่จนกระทั่งวินาทีสุดท้าย


    เมื่อเกาะเกือบจะจมแล้วความรักจึงตัดสินใจขอความช่วยเหลือ
    ความรวยแล่นเรือผ่าน ความรวยตอบว่า...
    “ไม่ได้หรอกฉันรับเธอไม่ได้ เพราะเรือฉันน่ะ เต็มไปด้วยทองและเงินแล้วมันไม่มีที่ให้คุณ”


    ความรักจึงตัดสินใจจะถามความเห็นแก่ตัวซึ่งผ่านมาเหมือนกันด้วยเรือลำงาม
    “ความเห็นแก่ตัวช่วยฉันด้วย”
    “ฉันช่วยคุณไม่ได้หรอก ความรักคุณน่ะเปียก อาจจะทำให้เรือฉันเปียกด้วย”


    ความเศร้าได้พายเรือผ่านมา
    ความรักก็ได้เอ่ยขอความช่วยเหลืออีก
    ความเศร้าตอบว่า
    “โอ้ความรักฉันกำลังเศร้ามากเลย ฉันต้องการอยู่คนเดียว ขอโทษนะ”


    ความสุขได้ผ่านความรักไปเหมือนกัน
    แต่เขาไม่ได้ยินแม้เสียงร้องเรียกขอความช่วยเหลือของความรัก เพราะมัวแต่กำลังสุข


    ทันใดนั้นมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา “มานี่ความรักฉันจะรับคุณไปเอง”
    เสียงนั้นเป็นของคนแก่คนหนึ่ง
    ความรักรู้สึกขอบคุณและดีใจเป็นอย่างมากจนลืมถามชื่อว่าใครเป็นผู้ใจดีคนนั้น
    เมื่อพวกเขามาถึงแผ่นดินที่แห้ง คนแก่ก็จากไปตามทางของเขา


    ความรักนึกขึ้นมาได้ว่าลืมถามชื่อคนแก่คนนั้นความรักจึงถามความรู้และคนแก่คนอื่นๆ
    “ใครเหรอที่เป็นคนช่วยฉัน” ความรู้ตอบว่า “เวลา”


    ความรัก “แต่ทำไมเวลาจึงช่วยฉันล่ะ ?”
    ความรู้ยิ้มในความรอบรู้ของตัวเอง แล้วตอบความรักว่า

    “ก็เพราะว่ามีเพียงเวลาเท่านั้นที่เข้าใจว่าความรักยิ่งใหญ่แค่ไหนน่ะสิ"
     
     

    ขอบคุณที่ครั้งหนึ่งเคยผูกพัน...

     
     
    เป็นแค่หนึ่งคนนี้ ที่รู้ดีกับหนทางของใจ
    เป็นแค่หนึ่งคนนี้ ที่รู้ตัวว่าไม่ดีเหมือนใคร

    อยู่กับความเป็นจริง กับสิ่งที่เป็นไป

    เธอก็หนึ่งคนนั้น ที่หวังดีให้ฉันเป็นเหมือนใค
    เธอก็อยู่ตรงนี้ แต่ว่าเราจะเหมือนไกลแสนไกล

    ที่สุดต้องลากัน เจ็บปวดแต่จำใจ

    ขอบคุณที่ครั้งหนึ่งเคยผูกพัน ได้ร่วมทางกันจนสุดหนทาง
    จากกันวันนี้ เธอคงผิดหวัง
    แต่ดีกว่าต้องทรมาน กับสิ่งที่ฉันเป็น


    สิ่งที่ฉันเป็น - Ebola
    ชอบอ่ะ ฟังกี่ทีก็ชอบ

    Sabaidee..Luangprabang 22-25 Dec 06

    เย้....
    และแล้วเราก็ได้ไปหลวงพระบาง
    ผู้ร่วมก๊วนก็เดิมๆ แต่ลดปริมาณลง เพราะไม่มีคนคบ เอิ้ก
    3 คน ล้นหลามเจงๆ ทริปนี้...
     
    การเดินทางกท-หนองคาย ไม่ยากเรย อาศัยรถอาเฮียโต๋ไป
    ถึงด่านข้ามแดน 6 โมง 22 ธค 49
    ข้ามไปแล้วก็ต้องนั่งรถต่อไปยังขนส่งสายเหนือ เพื่อขึ้นรถไปหลวงพระบาง
    ตัดสินใจขึ้นรถ VIP ที่เรียกว่า VIP ก็คงเพราะราคาตั๋วเป็นแสน(กีบ)
    ส่วนอื่นๆนั้น อย่าเรียกมันว่า VIP เรย...
    รถออก 9 โมงเช้า
    วิวข้างทางสวยมาก-มาก
    หลับๆ ตื่นๆ ถึงหลวงพระบางก็ 6 โมงเย็น ฟ้ามืดแล้ว อากาศก็หนาวมากด้วย
    อันดับแรกคือ..เดินหาที่พัก.. ที่พักที่นี่ส่วนใหญ่เป็น Guest house
    ที่บ้านเรียกว่า ที่ซุกหัวนอน..
    หาตั้งนาน สุดท้ายได้เป็นห้องน้ำรวม เอาวะ ยังดีก่าไม่มีที่นอน..
    แล้วเราก็ออกหากินกัน Vegetarian buffet ที่เค้าพูดถึงกัน จานละ 5 พันกีบ
    เดินสำรวจตลาดก่อน.. ยังไม่ซื้อ
     
    เช้าของวันที่ 23 ธค 49 
    ออกมาเช่าจักรยาน..
    หลังจากนั้นก็ออกเดินทางตามหาที่ซุกหัวนอนใหม่
    และไปท่ารถเปลี่ยนตั๋วรถขากลับ
    ระหว่างทาง เรากะหลินจักรยานล้มกันไปคนละที..
    ของเราน่าอายที่สุด คนขายตั๋วรถจำหน้าได้ ถามว่าที่จักรยานล้มเมื่อกี้ป่ะ เออ...
    เที่ยววัดกันอิ่มหนำสำราญ
    ตกเย็นขึ้นพระธาตุพูสีไปดูพระอาทิตย์ตก
    ฝาหรั่งตัวเป้งๆ เต็มเรยอ่า
    โอ้..พระอาทิตย์ตกแล้ว กระโดดดูอีกที.... มันตกไปแล้ว
    ไม่ต้องถ่ายรูปมันแล้วไอ้พระอาทิตย์ตกนี่
    ไปกินข้าวกะพี่ๆเค้าดีก่า ตาหลกบริโภค เราถนัด...
    ร้านอาหารริมน้าโขง อากาศเย็น บรรยากาศดี...
    กินกันไป 3 แสนก่าๆเอง... 555
    เลยได้ทีนัดไปเที่ยวร่วมกันพรุ่งนี้ซะเรย
    ตอนเช้านัดกะ 2 หนุ่มล่องเรือไปถ้ำติ่งกะหมู่บ้านต้มเหล้า
    ตอนบ่าย รวมพลกะพวกพี่ๆ ไปน้ำตกกวางสี
    ตกดึก เดินตลาด (อีกแล้น..)
    วันนี้ได้ซื้อกันจิงๆจังๆ แบบว่าต่อกันแหลก
    เอาตัวเข้าแลกกันเรย (คนขายเป็นตุ๊ด ฮา...)
    คืนนี้ 8 องศาเท่าน้าน....... หนาว
    หนาวกายไม่ว่า หนาวใจ นี่สิ เอิ้ก
     
    เช้าวันที่ 24 ธค 49
    ออกมาตักบาตรข้าวเหนียว
    และแล้วเราก็โดนคนลาวหลอกฟันค่าข้าวเหนียว เฮ้อ ไม่น่าเล้ย..
    และก็ไปวัดเชียงทอง จุดนัดพบกะ 2 หนุ่ม
    ถ่ายรูปไปพลาง ขี้มูกยืดไปพลาง หนาวโคตร...
    เหมาเรือไปเที่ยว ถ้ำติ่ง กะ หมู่บ้านต้มเหล้า
    หนาวจนมีไอน้ำขึ้นมาจากแม่น้ำเลยอ่ะ
    ตอนบ่ายนัดกะพลพรรคไว้ไปเที่ยวน้ำตกกวางสี สวยมากๆ
    ได้เก็บภาพคนไทยใจดีไว้ด้วย
    ต้องขอบคุณมาก มากนะค้า...
     
    วันที่ 25 ธค 49
    นั่งรถ VIP เหมือนเดิม กลับเวียงจันทร์
    ถึงกรุงเทพเช้า วันที่26 ธค เท้าแตะบ้านแล้วออกเลย ไปประชุมต่อ....
     
     
    ชีวิต Working woman ไม่สวยแต่เร้าใจ 555
     
    รูปที่ลงให้ดูบางรูปเป็นฝีมือหลินด้วย อิอิ ขอหลินมาอ่ะ
     
     

    วันเกิดที่แสนดี

     
    และแล้ว...
    เราก็แก่ขึ้นอีก 1 ปี
    แต่ก็เป็นปีที่ดีนะ (เข้าข้างตะเองนิดหน่อย)
    ก็เลยไปทำบุญวันเกิด เกิดมาก็ไม่เคยทำอ่ะนะ
    เริ่มจากตื่นแต่เช้าเพื่อไปบริจาคเลือด หลังจากที่ไม่บริจาคมาแรมปี
    คิดถึงเข็มที่มันมีขนาดเท่าหลอดยาคูลท์
     
    หลังจากนั้นก็มีหนุ่มนิรนามใจดีพาไปไหว้พระที่อยุธยา (ไม่สิ ต้องเรียกว่าผู้ไม่ประสงค์ให้ออกนาม อิอิ)
    ก็ไปไหว้พระ ที่วัดพนัญเชิง กะ วัดใหญ่ชัยมงคล
    ถ่ายรูปมาด้วยกล้องโทรศัพท์มือถือ
    ฝีมือเราห่วยหรือว่าเลนส์มันไม่ดีก็ไม่รุ
    รูปมันก็เลยออกมาแปลกๆอย่างที่เห็นอ่ะ
     
    วันเกิดปีนี้อิ่มบุญเจงๆ เอิ้ก....
     

    เลี้ยงส่งเพื่อนไปได้ดี...

    เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (10 กันยายน) พวกเราเหล่า bio นัดเลี้ยงส่ง lyly กลับไปเรียนต่อ
    (หลังจากใจแตก หนีกลับมาบ้านเดือนนึง)
    ก้อย (ท่าน) create ร้านอาหาร Jim Thompson Restaurant หรูซ้า...
    แต่ไอ้คนแนะนำก็ไม่เคยไปกินหรอกนะ บอกว่าราคาน่าจะพอๆกะ กินดื่ม
    ขอโทษ.... กล้วยบวชชี ถ้วยละ 100 ค่า...
    มันแพงก่ากินดื่ม ประมาณ 5 เท่านะแก
    แต่อาหารมันก็อร่อยดีนะ (กินทั้งน้ำตา)
    สุดท้ายแล้ว ไม่หนำใจ ไปกินต่อที่ Swensen ที่ Siam Center
    กว่าจะวนหาที่จอดในสยาม
    และแล้ว...เราก็ค้านพบว่าที่ Siam Paragon ที่จอดรถให้พรึ่บ เลือกเอาเลย อยากจอดตรงไหนก็เอาเลยพวก..
    ค่าจอดก็แสนถูก....
    ไอ้ไป๋เอากล้องมาด้วย ถ่ายรูปกันไปตั้งเยอะ (ไว้ขอ file จากมันมาลงดีก่า)
     
     
    ถึง lyly
     
    ถ้าเข้ามาอ่านนะ
    เสียดายอ่ะ เจอกันแค่ไม่กี่ครั้งเอง
    อย่างงี้แหละเนอะ ก็คนมันทำงานตัวเป็นเกลียว หัวเป็นน็อตซะขนาดนี้
    ก็อยากให้แกตั้งใจเรียนนะเฟ้ย โอกาสมาแล้ว
    คิดในแง่ดีเข้าไว้ ชีวิตจะได้สดใสนะจ้ะ
    เพื่อนๆเป็นกำลังใจให้น้า...
     
    คิดถึง ly นะ จุ๊บ จุ๊บ
     
     
     

    หัวหิน..เป็นถิ่นมีหอย

    และแล้ว...
    เราและผองเพื่อนก็ได้ออกท่องเที่ยวอีกคราว
    คราวนี้เราออกแบบการเดินทางแบบ "ทริปเด็กอนุบาล"
    มันคือการเดินทางที่ไม่มีการผจญภัย
    โดยใช้รถยนต์ส่วนตัว (รึเปล่า) ของพี่คนนึง
    งานนี้ น้ำมันฟรีครับท่าน (เบิกบริษัท)
    อิอิ....
    ระหว่างทางก็แวะเที่ยวชม
    พระรามราชนิเวศน์ และพระราชวังมฤคทายวัน จ.เพชรบุรี
    กว่าจะถึงหัวหินก็ปาเข้าไป 5 โมงเย็นแล้น
    ตอยเย็นๆไปเวียนเทียน (วันวิสาขบูชา)ที่วัดเขาตะเกียบ
    เห็นวิวหาดหัวหินด้วย สวยมั่กๆ
     
    วันต่อมา...
    ไป "พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหว้ากอ"
    ตอนนี้เปิดให้เข้าฟรี (ของชอบเลย)
    มีคำอธิบายตลอดทางเดินเลย ดีมากๆ
    มีแบบที่เป็นอุโมงค์ด้วยแหละ แต่สั้นๆนะ
    แต่ก็รู้สึกว่าดีก่าไป siam ocean world (ทำยังกะเคยไป)
    สนับสนุนพีไทยกานหน่อย...
    อันนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่ขอแนะนำ
    ด้วยความอยากดู unseen in Thailand
    เราก็ไป "ถ้ำพระยานคร"
    ถามเจ้าหน้าที่ เค้าบอกว่าเช่าเรือลำละ 250 บาท
    แล้วเดินต่ออีก 430 เมตร
    ขอโทษ... 430 เมตรน่ะ
    ขึ้นอย่างเดียว ชันอีกตะหาก
    โคตร.....เหนื่อยเลยอ่ะ
    อารมณ์เหมือนภูกระดึง ไงงั้นเลย
    ในถ้ำมีพระที่นั่งอยู่ใน ก็สวยดีนะ
    ต้องเคยเห็นกันตามหนังสือพวก unseen บ้างแหละ
    เหนื่อยสุดๆ จนเพื่อนถามว่า
    "ไหนพวกแกบอกว่าทริปเด็กอนุบาลไง ทำไมมันโหดขนาดนี้"
    อยากจะบอกว่าเค้าไม่ได้ตั้งใจอ่ะ..
    สุดท้ายวันนี้ก็ไปกินข้าวริมทะเลกันที่ร้านโอเอ็กซ์ ปราณบุรี
    อร่อยมาก.....
    เล่นน้ำทะเลตอนกลางคืนก็แปลกไปอีกแบบ
    กลัวผีทะเลอ่ะ
     
    วันสุดท้าย
    ไปไหว้ หลวงปู่ทวด วัดห้วยมงคล
    สาธุ......
    แล้วก็ไปกินข้าวกลางวันในตัวเมืองหัวหิน
    เป็นร้านเก่าแก่ ร้านโกทิ
    อร่อยมากๆ (อีกแล้วครับท่าน)
     
    สรุป...ทริปนี้ กินอย่างราชาทุกมื้อ
    ยังไม่ได้แตะชายสี่หมี่เกี๊ยวเลยอ่ะ
    เพราะพี่คนนึงเค้าเบิกได้
    ของฟรีอีกแล้วครับพี่น้อง
    ขอเรียกทริปครั้งนี้ใหม่ว่า "ทริป..เชลล์ชวนชิม"
    กลับมาอ้วนเชียว หุหุ
     
     

    วงกลม...

    เพลง.. วงกลม ของบัว ชมพู

     

    เป็นวงกลมวงหนึ่งที่มันไม่เต็มวง
    เป็นวงกลมที่มันกระท่อนกระแท่นไป
    เสี้ยวหนึ่งของมันหล่นหาย
    พาตัวเองวนมาไม่มีทิศทาง
    ตามเศษเดิมที่ขาดไป
    เพิ่มเติมให้เต็มเหมือนเดิม

    เหมือนกับใจของฉัน
    มีแต่คืนและวันที่ว่างเปล่า
    ตั้งแต่เธอจากฉันไป

    เฝ้าตามหาว่ารักของฉันอยู่ที่ไหน
    เพียงมาเติมให้เต็มหัวใจ
    มันเหงาและไม่มีใครมานานแสนนาน
    ฉันเหนื่อยเหลือเกิน
    ฉันไม่รู้ว่าฉันจะใช้ชีวิตที่เหลือยังไง


    เป็นวงกลมวงเดิมที่เริ่มเดินช้าลง
    เป็นวงกลมซวนเซเหมือนใกล้จะสิ้นแรง
    ฟื้นทนต่อไปไม่ไหว
    เพียงเดียวดายในใจก็ยังพรํ่าเพ้ออยู่
    คิดถึงเสี้ยวที่ขาดหาย
    ถอนใจล้มลงลำพัง

    เหมือนกับใจของฉัน
    มีแต่คืนและวันที่ว่างเปล่า
    ตั้งแต่เธอจากฉันไป

    เฝ้าตามหาว่ารักของฉันอยู่ที่ไหน
    เพียงมาเติมให้เต็มหัวใจ
    มันเหงาและไม่มีใครมานานแสนนาน
    ฉันเหนื่อยเหลือเกิน
    ฉันไม่รู้ว่าฉันจะใช้ชีวิตที่เหลือยังไง

    ในวันนึงฉันก็พบว่าฉันล้มลงลำพัง

     

     

    แต่ตอนนี้เรากำลังเป็นวงกลมที่ไม่เต็มวง

    และกำลังพยายามเอาตัวเองไปไถกับสิ่งอื่นๆ

    เพื่อจะทำให้ตัวเอง กลมและสมบูรณ์ ได้ด้วยตัวเอง

    ดีกว่าพยายามตามหาส่วนที่ขาดหายไปเรื่อยๆ

    แล้วสุดท้ายก็พบว่าตัวเองล้มลงลำพัง....